Panna Cotta

มาตรฐาน

  Panna Cotta

ขนมหวานนี้มีชื่อว่า Panna Cotta เป็นภาษาอิตาเลี่ยนแปลว่า “ครีมที่ปรุงแล้ว” (Cooked Cream)

   หน้าตาของเจ้าแพนนาคอตต้านี้จะละม้ายคล้ายคลึงกับพุดดิ้งที่เราๆ คุ้นตา แต่ต่างกันที่ตัวเนื้อขนมค่อนข้างนุ่มและละเอียดกว่า สีเป็นสีขาวนม รสชาติหวานละมุนกว่าพุดดิ้งมาก ถ้าทานคู่กับผลไม้เชื่อมรสหวานอมเปรี้ยว ซอสผลไม้หรือเยลลี่ที่ออกเหลวๆ หน่อยจะได้รสอร่อยขึ้น

สูตรนี้เดิมที เป็นของคุณ Joanne Weir เจ้าของหนังสือthe Weir Cooking in the City เวลาทำออกมาจะได้เนื้อแพนนาคอตต้าแบบนุ่มกึ่งเหลว ซึ่งจากประสบการณ์แล้วไม่ถูกปากคนไทยสักเท่าไหร่ สามารถเพิ่มปริมาณเจลาตินเข้าไปอีกนิดหนึ่ง ส่วนตรงซอสเยลลี่นั้นลองคิดทำเอาเอง

ครีมที่ใช้ทำขนมนี้เป็นครีมแบบ ที่เรียกว่า “ครีมหนัก” (Heavy Cream) ซึ่งหาซื้อได้ยากมากๆ ในเมืองไทย จึงขอให้แก้ขัดโดยการใช้วิปปิ้งครีมที่มีไขมันตั้งแต่ 35% ขึ้นไป

วิป ปิ้งครีมส่วนใหญ่ที่ขายนั้นมีราคาค่อนข้างสูงและกล่องใหญ่มากจนใช้ไม่หมด ต้องทิ้งด้วยความเสียดายทุกที ดังนั้นถ้าหากใครพอจะมีเวลา ขอแนะนำให้ไปแวะดูที่ Supermarket ของSiam Paragon ที่นี่มีครีมสดแบบพาสเจอร์ไรซ์ในขวดขนาดเท่าๆนมสดขวด สงวนราคาเพียงสามสิบกว่าบาท

=Tea After Time’s Vanilla Panna Cotta with Strawberry Jelly Sauce=

**สำหรับ 6 ที่**

ส่วนผสม

เนื้อครีม (adapted from Joanne Weir’s)

1. น้ำเปล่า(เย็น) 2 ช้อนโต๊ะ

2. ครีมหนัก 1 1/2 ถ้วย

3. นมสด 1/2 ถ้วย

4. น้ำตาลทราย 4 ช้อนโต๊ะ

5. เกลือ นิดหน่อย (คือใช้นิ้วชี้กับนิ้วโป้งจีบเข้าหากันแล้วหยิบขึ้นมาสักหน่อย)

6. วานิลลา ประมาณ 1 ช้อนชาค่ะ (สูตรเดิมใช้เป็นวานิลลาแบบฝัก 2 ฝัก)

7. ผงเจลาติน 2 1/4 ช้อนชา (สูตรเดิมใช้ 1 3/4)

ซอสเยลลี่

1. ผลไม้กระป๋อง ประมาณ 1 กระป๋องเล็ก

2. ผงเยลลี่สตรอเบอร์รี่สำเร็จรูป 1/2 กล่อง

3. น้ำเปล่า 2 ถ้วย

อุปกรณ์

หม้อหรือกะทะ แนะนำให้ใช้แบบเคลือบหรือเทปล่อน

วิธีทำเนื้อครีม

1. นำผงเจลาตินละลายในน้ำเย็น คนจนเข้ากัน ตั้งทิ้งไว้ประมาณ 5 นาทีผงเจลาตินจะดูดน้ำจนข้นเหนียว

2. ใส่นม ครีม น้ำตาล 3 ช้อนโต๊ะ เกลือและวานิลลาลงไปในหม้อ คนเล็กน้อยแล้วนำไปตั้งไฟค่อนข้างแรงจนเริ่มมีฟองเดือดผุดขึ้นตามขอบ ลดเป็นไฟเกือบอ่อน(ถ้าเตาของใครไฟไม่แรงก็ให้ใช้ไฟปานกลาง) ต้มให้เดือดต่อไปอีก 1 นาที ระหว่างนี้ให้คอยคนส่วนผสมตลอด

3. ยกส่วนผสมลงจากเตา ค่อยๆผสมน้ำตาลอีก 1 ช้อนโต๊ะที่เหลือและเจลาตินลงไป คนให้เข้ากัน

4. ตั้งทิ้งไว้ให้หายร้อน นำเข้าตู้เย็นช่องธรรมดาประมาณ 30 นาที (เปลี่ยนภาชนะใส่ได้) สำหรับพิมพ์ใส่ขนมถ้าอยากให้ถอดขนมออกง่ายๆให้นำไปผ่านน้ำ จับวางคว่ำลงบนถาดแล้วนำเข้าตู้เย็นเช่นกัน (อย่างไรก็ดี ผู้เขียนไม่เคยทำสำเร็จตามที่เขาแนะนำมา จึงแก้ปัญหาโดยการใช้
พิมพ์แบบตักทานเลย)

5. นำส่วนผสมออกมาแล้วตักใส่พิมพ์ ใช้เวลา 3-5 ชั่วโมงก็จะแข็งตัวพอดี “ห้ามเอาเข้าช่องแช่แข็งเด็ดขาด” เพราะจะทำให้เนื้อครีมกลายเป็นไอสครีมหวานเย็นไป

วิธีทำซอสเยลลี่

1. นำผงเยลลี่และน้ำ(ร้อนหรืออุ่น)ใส่ลงไปในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟกลาง

2. เมื่อเยลลี่ละลายดีแล้ว ใส่ผลไม้กระป๋องลงไปโดยใส่น้ำเชื่อมลงไปด้วย ตั้งไฟต่ออีกประมาณ 5 นาที

3. ยกลงจากเตา พอหายร้อนให้เทเยลลี่ใส่ภาชนะสำหรับเก็บ “ห้ามเอาเข้าตู้เย็นเด็ดขาด” (เยลลี่จะมีลักษณะค่อนข้างเหลวมาก ไม่ต้อง
ตกใจ)

วิธีเสิร์ฟ

นำซอสเยลลี่เข้าตู้เย็นช่องธรรมดาประมาณ 15 นาที แล้วตักราดลงบนแปนนาคอตต้า ความเย็นของเนื้อขนมจะช่วยทำให้ซอสเหลวๆข้นขึ้นมา

อาจเสิร์ฟพร้อมกับครีมสดหรือผลไม้สดก็ได้

****พิเศษสำหรับคนที่กำลังลดน้ำตาลหรือกลัวอ้วน****

สามารถ ใช้น้ำตาลเทียมแทนน้ำตาลจริงๆได้ ที่เคยทำคือใช้ประมาณ 2 ซอง เวลาใส่ให้ใส่หลังจากนำส่วนผสมลงจากเตาแล้ว ใส่ไปพร้อมกับพวกเจลาติน (เพราะน้ำตาลเทียมตั้งไฟไม่ได้…จะกลายเป็นของขมๆไปเลย)

****ถ้าใคร อยากลองทำรสอื่นๆดูก็ได้ ลองทำรสโกโก้ดู ใช้โอวัลติน/ไมโลประมาณ 4 ช้อนทานข้าวโตๆ กับผงโกโก้อีกนิดหน่อย แต่ยังไม่ได้สูตรตายตัว ใครอยากทำก็ลองปรับเอาเองละกัน****

จัดทำโดย น.ส.เทวีรัตน์  สาริกา ม.6/7 เลขที่5

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s