Author Archives: nokkaewgk

สตูว์เลนทิล-คีนวาห์ (อาหารเพื่อสุขภาพ)

มาตรฐาน

วันนี้โพสต์เมนูเกี่ยวกับอาหารเพื่อสุขภาพซะหน่อยนะคะ
กรุ้ปบล็อกนี้เป็นอาหารที่ไม่มีเนื้อสัตว์ใดๆเป็นส่วนประกอบ
ไม่มีไขมัน เนย นม งดอาหารเดลี่ทุกชนิดเน้นพวกพืช ผัก ผลไม้เป็นหลัก
มีทั้งแบบหุงต้มทำให้สุก และรับประทานสดๆ
พ่อบ้านรับประทานอาหารแบบนี้มาเป็นเวลา ๒ ปีแล้ว
มีความสุขกับการกินแบบนี้มาก สุขภาพดี ที่เคยอ้วนก็ผอม หน้าตาสดใส
ไม่ง่วงเหงาหาวนอน ไม่ต้องพึ่งพากาแฟ ใครสนใจอยากลอง
รับประทานอาหารแบบนี้ดูก็มาลองดูได้ค่ะว่าจะช่วยให้สุขภาพดีจริงหรือไม่
ส่วนพ่อบ้านแม่ปูมีความสุข เอนจอยอี๊ทติ้งมากมายค่ะ

วันนี้มาลองทำสตูว์จากถั่วเลนทิลผสมคีนวาห์กันค่ะว่าจะอร่อยแค่ไหน
เจ้าคีนวาห์ Quinoa เป็นเมล็ดพืชที่มีโปรตีนสูง อุดมไปด้วยสารอาหารต่างๆ
มาจากทางอเมริกาใต้ มีชื่อที่เรียกยากเหมือนกันนะ
บ้างก็เรียกคีนัว คีนวาห์ แม่ปูฟังพ่อบ้านและคนรอบข้างตัว
เค้าออกเสียงเหมือนเรียก “เคียวน่า”ไปนู่น แต่จะเรียกอะไรก็ตาม
เจ้าคีนวาห์นี้ Hard to Say, Easy to Cook! ยิ่งสตูว์หม้อนี้ยิ่งง่ายเข้าไปใหญ่
แม่ปูได้สูตรมาจากเว็บนี้ค่ะ คลิกดูต้นแบับได้เลย
แม่ปูลดสูตรลง สูตรเดิมรับประทานได้ ๖ คน แม่ปูทำครึ่งสูตร
พอดีวันนี้มันหวานหมด ก็เลยใช้แครอทแทนค่ะ

สูตรนี้เค้าเคี่ยวในหม้อสโลว์คุ้ก แต่แม่ปูเห็นว่าเครื่องปรุงต่างๆมันสุกไว
แม่ปูเลยต้มกับไฟอ่อนๆใส่หม้อธรรมดา คนไม่มีหม้อตุ๋นจะได้ไม่ต้องกังวล

สตูว์เลนทิล-คีนวาห์

เลนทิล ๑ ถ้วยตวง
คีนวาห์ ๑/๔ ถ้วยตวง
น้ำเปล่า หรือน้ำซุปผัก ๔ ถ้วยตวง
มันฝรั่งขนาดกลางๆหั่นสี่เหลี่ยม ๑ หัว
แครอทขนาดเล็กหั่น ๑ หัว
กระเทียมสับ ๒ กลีบ
wheat-free tamari ๑ ช้อนชา
มิโซะ ๑ ช้อนโต๊ะ
ซ้อสมะเขือเทศแบบเข้มข้น(tomato paste) ๑ ช้อนโต๊ะ
ทาร์รากอน ไทม์ ใบเสจ ออริกาโน่ อย่างละ ๑/๔ ช้อนชา

หั่นมันฝรั่ง กับแครอทไว้

ล้างเลนทิลให้เรียบร้อย เก็บกรวดเก็บหินออกถ้ามี

มิโซะ หนึ่งกระปุกซื้อมาเก็บไว้ใช้ได้นานเป็นชาติ
เพียงแต่ปิดฝาให้สนิทถั่วจะได้ไม่แห้งกรังเก็บใส่ตู้เย็นช่องธรรมดาใช้ได้นานจนลืม

คีนวาห์ล้างด้วยก็ดีค่ะ แม่ปูฝัดๆผงออกเท่านั้น
เวลาล้างถ้ากระชอนตาใหญ่เกินไป ก็ล้างในห่อผ้าขาวบางได้ แม่ปูหาผ้าไม่ทัน

วิธีทำ

ใส่เครื่องปรุงทุกอย่างลงในหม้อทั้งหมด ยกขึ้นตั้งไฟ
พอน้ำเดือดลดไฟลงเป็นไฟอ่อนสุด ปิดฝาเคี่ยวไปจนสตูว์สุก
ใช้เวลาประมาณ ๔๕ นาที หรือราวๆนี้ค่ะ
ชิมรสชาติได้ตามต้องการ แม่ปูเติมมิโซะเพิ่มจากสูตรเล็กน้อย

เอาแค่ให้เดือดปุดๆก็พอ

เคี่ยวไปเรื่อยๆส่วนผสมจะพองขึ้นเรื่อยๆ ใช้ทัพพีคนบ้างเป็นระยะ

จนสุก ถ้าน้ำแห้งไปเติมได้เล็กน้อย

รับประทานโดดๆอย่างนี้ หรือรับประทานคู่กับชิพที่แม่ปูเคยนำเสนอไปแล้วอร่อยมาก

ที่มา:http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=pookhakae&group=25

นส. บุษกร หลำเนียม ม.6/7 เลขที่ 30

วีแกนสปาเก็ตตี

มาตรฐาน

 

ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ถ่ายรูปทำอาหารและขนมเลยค่ะ
มัวแต่ทำอะไรก็ไม่รู้ วันๆหมุนผ่านไปเร็วเหลือเกิน
เข้า ๓ สัปดาห์แล้วที่พี่เจนนี่ยังกินอาหารวีแกนอยู่
ไม่ได้กินอย่างราบรื่นนะคะ มีง๊องๆแง๊วๆไม่เว้นแต่ละวัน
แม่ก็บอกถ้าไม่ไหวให้เลิก เธอก็ไม่ยอมเลิก เพื่อเจ้าไอพอทตัวเดียว
แต่ก็กินยากเหลือเกิน วันๆไม่รู้จะสรรหาอะไรมาถวายแม่นางน้อย
มีเจ้าสปาเก็ตตี้เนี่ยที่กินบ่อย ชอบเหลือเกิน
ทำแต่ละทีก็เป็นหม้อใหญ่ๆไว้เลยพ่อลูกช่วยกันกิน

แม่ปูลงสูตรเลยนะคะ ไม่รู้จะคุยอะไรด้วย
บางทีก็คิดว่าตัวเองพูดมาก บ่นมากเหลือเกิน

วีแกนสปาเก็ตตี้

Crushed Tomato (ขนาด ๖ ปอนด์) ๑ กระป๋อง
Tomato Paste (ขนาด ๖ ออนซ์) ๑ กระป๋อง
Tomato Sauce (ขนาด ๑๖ ออนซ์) ๑ กระป๋อง
เซเลอรี่ก้านอวบๆหั่นเล็กๆ ๖ ก้าน
หอมหัวใหญ่สับเล็ก (ไซส์ใหญ่) ๒-๓ หัว
พริกเขียวใหญ่สับเล็กๆ ๑ ลูก
พาสลีย์สับ ๑/๓ ถ้วยตวง
โหระพาสับ ๑/๓ ถ้วยตวง
กระเทียมสับ ๑/๔ ถ้วยตวง
ใบกระวาน ๔ ใบ
เกลือ พริกไทย สำหรับปรุงรส

***บางทีแม่ปูก็เพิ่มCrushed Tomato อีก ๒๘ ออนซ์ ดังที่เห็นในรูป
***เด็กๆที่บ้านไม่ชอบผักชิ้นใหญ่ๆก็ปั่นในเครื่องฟู้ดโปรเซสเซอร์เลยค่ะ
***สามารถเก็บไว้รับประทานได้หลายวัน หรือแช่แข็งได้
***ถ้าชอบกลิ่นโหระพาและพาสลีย์ สามารถเพิ่มได้ตามชอบโดยเฉพาะกลิ่นโหระพาจะหอมอร่อยมากๆ
***แม่ปูใช้โหระพาไทยนะคะ มีความรู้สึกว่ากลิ่นจะหอมมากกว่าSweet Basil

เอาอีกรูปนึงก็แล้วกันนะคะ สำหรับพวกมะเขือเทศทั้งหลาย
พอดีข้างบนถ่ายรูปไม่ชัด รูปนี้เห็นมีชื่อติดข้างกระป๋องด้วย
ใครชอบยี่ห้อไหนก็ซื้อมาปรุงเอาก็แล้วกันนะคะ
ยี่ห้อวอลมาร์ทนี่เค้าขายถูก คุณภาพไม่แตกต่างค่ะ

วิธีทำ

๑.ผัดหอมหัวใหญ่ให้มีกลิ่นหอม ไม่ต้องใส่น้ำมันใดๆทั้งสิ้นค่ะ
วีแกนบ้านนี้ไม่กินน้ำมันทุกชนิดค่ะ

๒.จากนั้นก็ใส่เซเลอรี่สับเล็กๆ และพริกเขียวใหญ่สับเล็กลงไป
ผัดให้ผักสลบเลยค่ะ จากนั้นก็ใส่กระเทียมสับลงไป
ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทยตามชอบ

ให้ดูชัดๆว่าสับเล็กมาก ใช้เครื่องซอยแล้วสับอีกรอบ
ไม่งั้นคุณๆท่านๆกินไปก็บ่นไปว่าผักชิ้นใหญ่ไม่อร่อย
ดีนะมีเครื่องทุ่นแรง สับออกมาแล้วก็สวยด้วย

๓.ระหว่างที่ผัดผักอยู่ ก็เปิดกระป๋องมะเขือเทศทั้งหมด
เทลงในหม้อขนาดใหญ่พอประมาณ ยกขึ้นตั้งบนเตา เปิดไฟอ่อน
พอผัดผักได้ที่ดีแล้ว ก็เทผัดผักลงในหม้อมะเขือเทศ ใช้ไม้พายคนๆซะหน่อย

๔.ใส่โพระพาและพาสลีย์สับลงไป ตามด้วย ใบกระวาน
คนส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากัน ปิดฝาเคี่ยวไปเรื่อยๆประมาณ ๑- ๑ ๑/๒ชม.
คอยคนส่วนผสมเป็นระยะๆกันก้นหม้อไหม้

แค่นี้เองค่ะ สปาเก็ตตี้วีแกนแบบง่ายๆ เมื่อก่อนใส่เนื้อก็กินอร่อย
พอตัดเนื้อสัตว์ออกก็ยังกินอร่อยกันอยู่ พ่อบ้านบอกว่า
ถ้าต้องให้เลือกกินอาหารอย่างเดียวทุกวันๆวันแล้ววันเล่า
ก็ขอเลือกสปาเก็ตตี้นี้ค่ะ พี่เจนนี่ก็บอกว่า ทุกวันคอยกินแต่สปาเก็ตตี้ของแม่
เอาเข้าไป..แล้วเพื่อนๆละค่ะ ถ้าให้เลือกกินอาหารชนิดเดียวอย่างเดียวทุกวัน
จะเลือกกินอะไรกัน …………………………………………………………….

อ้อ..รับประทานกับเส้นสปาเก็ตตี้ชนิด Whole Wheat ค่ะ

ที่มา:http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=pookhakae&month=05-2010&date=25&group=25&gblog=9

นส.บุษกร หลำเนียม ม.6/7 เลขที่ 30

วีแกนบาร์บีคิว

มาตรฐาน

วีแกนบาร์บีคิว

คนอเมริกันเรียกเจ้าอาหารที่เสียบไม้ย่างอย่างนี้ว่าชิชกะบับ
(Shish kebab)แต่คนไทยเราเรียก บาร์บีคิว …………………
ก็เรียกอย่างที่คนไทยคุ้นเคยเรียกกันก็แล้วนะคะ…………….
เมื่อวานนี้ทำบาร์บีคิวแบบไม่ใส่เนื้อสัตว์ให้พ่อบ้านรับประทาน
น้ำจิ้มทำเหมือนบาร์บีคิวที่แม่ปูเคยทำแบบครั้งเก่าครั้งก่อน
ผักผลไม้ที่ใช้ก็เหมือนๆเดิม แต่เปลี่ยนจากเนื้อสัตว์มาเป็นเต้าหู้
ไม่ต้องหมักต้องอะไร หั่นผักหั่นเต้าหู้ เสียบๆไม้แล้วก็นำไปย่าง
บางคนอาจจะพรมผักต่างๆด้วยน้ำมันมะกอก แต่พ่อบ้านไม่กิน..
พ่อบ้านไม่กินพวกน้ำมันก็ไม่จำเป็นต้องพรม นำไปย่างได้เลย
ย่างพอให้ผักมีกลิ่นหอม จะได้รสชาติความอร่อยมากยิ่งขึ้น
จากนั้นก็จุ่มหรือราดด้วยน้ำจิ้มที่เตรียมไว้ รับประทานทันที

ผักผลไม้ที่ใช้

สับปะรด หั่นพอคำ
หอมหัวใหญ่ หั่นพอคำ
มะเขือเทศเชอร์รี่
พริกหวานสีแดง หรือสีเขียว
ซูกีนี่หั่นพอคำ
เต้าหู้ชนิดแข็งหั่นพอคำ

น้ำจิ้มบาร์บีคิว

ซ้อสมะเขือเทศ ๑/๔ ถ้วย
ฮ็อทซ้อสหรือซ้อสพริกศรีราชา ๒ ช้อนโต๊ะ
ซ้อสถั่วเหลือง ๑/๔ ถ้วย
ฮอยซินซ้อส ๒ ช้อนโต๊ะ
ไร้ซ์เวนิกา ๒ ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทรายแดง ๓ ช้อนโต๊ะ
กระเทียมสับ ๑/๔ ถ้วย
น้ำมะนาว ๓-๔ ช้อนโต๊ะ
ผักชีสับ ๑/๓ ถ้วย
พริกบดตามชอบ

ทำน้ำจิ้มไว้ก่อนเลยนะคะ

ผสมทุกอย่างในอ่างผสมคนให้เข้ากันดี
ถ้ายังไม่รับประทานทันที ใส่ผักชีกับกระเทียมทีหลังก็ได้ค่ะ
จะได้ดูสดใหม่น่ารับประทาน

ถ้าผสมแล้วข้นเกินไปก็สามารถเติมน้ำต้มสุกผสมลงไปด้วยได้นะคะ

ผักต่างๆแม่ปูหั่นเสียบไม้ไว้เลย ไม่มีรูปก่อนหั่นนะคะ
ลืมบอกไปว่ามะเขือเทศ กับพริกเขียวนี่สดจากสวนหลังบ้านนะคะ

ขี้เกียจรื้อเตาย่างออกมา แม่ปูเลยเรียงใส่ถาดจะย่างในเตาอบ
แต่ถ้าใครมีเตาถ่าน หรือเตาย่างก็ย่างอย่างบนเตาถ่านหรือเตาย่างดีกว่าค่ะ
ย่างง่ายกว่า กลิ่นหอมอร่อยมากกว่าด้วยค่ะ

ย่างเสร็จก็ราดด้วยน้ำจิ้มแซ่บๆ วันนี้แม่ปูใส่ฮอทซ้อสมากเกินไป
รสชาติเผ็ดนิดนึงสำหรับพ่อบ้าน แต่ว่าอร่อยพ่อบ้านชอบมากค่ะ
มีทานกับข้าวบราวไรซ์ด้วย ก็อิ่มอร่อยไปอีกแบบ

จะใช้เนื้อเป็นส่วนประกอบ หรือแค่ผักทั้งหมดก็อร่อยด้วยน้ำจิ้มรสแซ่บ
เต้าหู้แม่ปูหั่นเล็กๆพอคำค่ะ ไม้นึงใส่เต้าหู้แค่ชิ้่นเดียวก็พอแล้วค่ะ
ก็เป็นทางเลือกสำหรับคนที่รับประทานอาหารวีแกน หรือเจ มังสะวิรัตก็ได้

ขอให้มีความสุขกับสูตรรักสูตรอร่อยจากแม่ปูนะคะ

ที่มา:http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=pookhakae&month=05-2010&date=30&group=25&gblog=10

นส. บุษกร หลำเนียม ม .6/7 เลขที่ 30

เปปเปอร์สเต็ก

มาตรฐาน

ส่วนผสมดังนี้นะคะ

1. เนื้อหมู(ใช้สันใน….) 1 กก.
2. ซอสแม๊กกี้ แล้วแต่ความชอบค่ะ เกดจำไม่ได้ว่าใส่กี่หยด
3. ซอสมะเขือเทศ…เกดใส่นิดเดียวเอง ประมาณ 1 ชต./หมู1กก.
(แล้วแต่นะคะไม่ใส่ก็ได้)
4. ออริกาโน่ เพื่อเพิ่มความหอม อย่าใส่มากไปนะคะ จากหอม
จะกลายเป็นฉุนไปนะคะ
5. นมข้นหวาน อันนี้ รับประกันว่า นุ่มค่ะ
เกดว่านุ่ม และมีความหวาน กลมกล่มกว่าใช้น้ำตาล
และเกดว่าหอม กว่านมสดค่ะ(อันนี้ความคิดส่วนตัวนะคะ)
6. พริกไทยดำ บดไม่ต้องละเอียดมากนะคะ เวลาทานเจอ จะอร่อยดีค่ะ
……พอใส่ส่วนผสมทั้งหมดเสร็จ
ก็คลุกเคล้าให้เข้ากัน….
เกดเอา พลาสติกแร๊พ คลุมไว้ ประมาณ 1วันค่ะ
จริงๆๆเกดว่าถ้าหมักเช้า ทานเย็น ก็ได้นะคะ…..

เนื่องจาก
ไม่ทาน หอมหัวใหญ่ ไม่ทาน น้ำสลัด
เลยใส่ กระหล่ำปลี ซอย แทน
กินยากจริงๆเล้ย…เฮ้อ

อันนี้ของคุณ แฟน

อันนี้ สลัด เกด เรียก โควสลอร์
ไว้ทาน แอ้ม กับ สเต็กค่ะ

ส่วนน้ำ เกรวี่ ที่ใช้ราด ตัวสเต็ก ก็คือ
เวลาเราทอดหมูน่ะค่ะ จะมีน้ำของหมูออกมา
ถ้าน้ำเวลาทอดหมู มีออกมาน้อย
เกดจะใช้ น้ำเปล่าผสมลงไปน่ะค่ะ
แล้วก็เติม
1. หัวหอมแดงสับละเอียด
2. พริกไทยอ่อน
3. พริกไทยดำป่นนิดหน่อย
รอจน เดือด นิดๆค่อยใส่
4.แป้งมัน หรือ แป้งข้าวโพด ละลายน้ำลงไปค่ะ
คนให้เข้ากันซักแป๊บนึง…รอจนเดือด ปุดๆๆ แล้วก็ปิดไฟ
ยกราด บน สเต็กค่ะ
… ออกหวานนุ่มๆ ปน เค็มนิิดๆค่ะ…..

ทีมา:http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=you-can-make-me-smile&month=07-04-2009&group=3&gblog=3

นส. บุษกร หลำเนียม เลขที่ 30 ม.6/7

ลาซานญ่ามีทซอสแฮมเห็ด

มาตรฐาน

ลาซานญ่ามีทซอสแฮมเห็ด
ส่วนผสม

1.เนื้อบด
2.แฮม
3.เห็ด
4.ชีส
5.มะเขือเทศกระป๋อง(ทั้งเนื้อและน้ำ)
6.ออริกาโน่
7.เกลือ
8.พริกไท
9.น้ำมันมะกอก
10.เนย
11.แผ่นลาซานย่า

วิธีทำ

1.ต้มแผ่นลาซานย่า เสร็จแล้วพักไว้
2.ทำมีทซอส ตั้งกะทะใส่น้ำมันมะกอกแล้วใส่เนื้อลงไปผัดจากนั้นใส่น้ำมะเขือและเนื้อ มะเขือเทศลงไป พอเดือดปรุงรสด้วยเกลือ พริกไท ต้มต่อไปเรื่อยๆจนข้น
3.ตั้งกระทะผัดเห็ดกับเนยให้หอม แล้วเทลงไปในมิทซอส และใส่ออริกาโนนิดหน่อยให้พอหอม พอข้นแล้วปิดเตาพักไว้
4.หั่นเฮมให้เป็นชิ้นบางๆแต่ยาว
5.เมื่อเตรียมทุกอย่างเสร็จแล้วให้นำแผ่นลาซานย่ามาวางใส่จาน ราดทับด้วยมีทซอส วางแฮมทับลงไปแล้วโรยด้วยชีส ทำแบบนี้ 3 ชั้น
6.นำเข้าเตาอบๆให้ชีสละลาย
7.นำออกจากเตาตักเสริฟได้ค่ะ ทานให้อร่อยนะคะ

ที่มา:food-recipes.vzazaa.com/tag/อาหารอิตาเลี่ยน/

นส.บุษกร หลำเนียม ม.6/7

สปาเก็ตตี้ คาโปนารา (ซอสขาว)

มาตรฐาน

                                                                สูตร สปาเก็ตตี้ คาโปนารา (ซอสขาว)
สูตร สปาเก็ตตี้ คาโปนารา (ซอสขาว)
วิธีทำพร้อมส่วนผสม
1.เอามะกะโรนี หรือสปาเก๊ตตี้ มาต้มให้สุก
2.เอาหม้อตั้ง เนยลงไปผัดให้ละลาย 2 ชต.(ถ้าไม่พอกHเติมได้)
3.แป้งสาลีลงไปคนๆ 3 ชต. หรือมากกว่านั้น
4.น้ำมันมะกอก 1 ชต.
5.น้ำนิดหน่อย(หรือนม)
6.เกลือ+น้ำตาลนิดหน่อย
7.ดับเบิ้ลครีม(แกรเดอร์)ใส่ลงไป 1 dl.ถึง2 dl.หรือเติมนมสดลงไปด้วยก็ได้ คนให้เข้ากันดีแล้วใส่มะกะโรนีที่ต้มสุกแล้วลงไปผัดรวนให้เข้ากัน ยกขึ้นเทใส่จาน ก็เอามาทานกับไส้กรอกหรือแฮม เอามาทอดหั่นเป็นชิ้น และเอาไข่แดงใส่ลงไปแล้วคลุกๆให้เข้ากัน ก็ทานได้เลยจ๊า

อีกสูตรหนึ่งนะคะเอามาจากคู่มือทำอาหารอิตาเลี่ยนค่ะ
ส่วนผสมมีดังนี้:
1. น้ำมันมะกอก 1ช้อนโต๊ะ
2. เนย 3 ช้อนโต๊ะ
3. เบค่อนแบบ Unsmoked Bacon หรือถ้ามี Pancetta Bacon ได้ยิ่งดี และหั่น 1/3 ถ้วย
4. ไข่ 3 ฟอง
5. นม 2 ช้อนโต๊ะ (ถ้าชอบเข้มข้นให้ใส่ Heavy Cream 4 ช้อนโต๊ะ),
6. ใบไทม์สดรือผงก็ได้ค่ะ 1 ช้อนโต๊ะ
7. เส้นสปาเก็ตตี้หรือจะเป้นพาสต้าก็ได้ค่ะแล้วแต่ชอบ 8 ออนซ์(675 กรัม)
8. พาร์เมซานชีส 1/2 ถ้วย
9. เกลือกับพริกไทย

วิธีทำ:
1. ใส่น้ำมันมะกอกและเนยลงไป แค่ร้อนกำลังแตกฟอง(ยังไม่ละลาย)
2. ใส่เบค่อนลงไปผัด 5 นาทีหรือเริ่มกรอบ
3. ผสมไข่กับนมเข้าด้วยกันในชามเล็ก ใส่ใบไทม์ เกลือและพริกไทยลงไปผสมด้วยเลย
4. ลวกเส้นสปาเก็ตตี้หรือพาสต้าตามรายละเอียดข้างกล่อง
5. นำเส้นสปาเก็ตตี้มาผสมกับไข่ที่ผสมเตรียมไว้ แล้วผัดลงไปประมาณ 30 วินาทีแล้วใส่เบค่อนลงไปด้วย
6. ใส่พาร์เมซานชีสผสมลงไปครึ่งหนึ่ง
7. ตักใส่จานเสริฟแล้วโรยพาร์เมซานชีสที่เหลือลงไปบนบนสปาเก็ตตี้ค่ะ
โดย:คุณ ต้นโอ๊ค

อีกสูตรซ๊อสคาโปนารา
1.เนย 20 กรัม
2.ไข่แดง 2 ฟอง
3.Heavy Cream 6 ช้อนโต๊ะ
4.หมูแฮม หรือ เบคอน 100 กรัม
5.หอมหัวใหญ่สับหยาบ 1 หัว
6.ผักชีหั่นละเอียด
7.เกลือ พริกไทย

วิธีทำ
1.ตั้งกระทะ ผัดหอม เนย และหมูแฮมหรือเบคอน
2.ขณะนั้น ผสม Heavy Cream ไข่แดง และพริกไทย เกลือ ให้เข้ากันในชาม
3.เมื่อหมูแฮมและหอมสุกได้ทีปิดไฟเท Heavy Cream ผสมไข่ ลงในกระทะคนให้เข้ากัน เสร็จเรียบร้อย ราดบนสปาเก็ตตี้ โรยผักชี และชีส

ที่มา:food-recipes.vzazaa.com/tag/อาหารอิตาเลี่ยน/

นส.บุษกร หลำเนียม ม.6/7 เลขที่ 30

สปาร์เก็ตตี้ซอสครีมต้มยำ

มาตรฐาน

สปาร์เก็ตตี้ซอสครีมต้มยำ


สปาร์เก็ตตี้ซอสครีมต้มยำ

เครื่องปรุง
1.ซอสครีมต้มยำ     2     ถ้วย
2.เส้นสปาร์เก็ตตี้ต้มสุกแล้ว     500     กรัม
3.กุ้งแกะเปลือกลวก     200     กรัม
4.หอยแมลงภู่    300     กรัม
5.ปลาหมึกหั่นแว่นลวก     200     กรัม
6.ข่าสับละเอียด     1     ช้อนชา
7.ตะไคร้ซอย     1     ช้อนชา
8.ใบมะกรูดสับละเอียด     1     ช้อนชา
9.พริกขี้หนูซอยหรือพริกขี้หนูป่น     1     ช้อนชา
10.น้ำมะนาว     4     ช้อนโต๊ะ
11.น้ำปลา     6     ช้อนโต๊ะ
12.พาเมซานชีส     2     ช้อนโต๊ะ
13.ทาบัสโก้         พอประมาณ

วิธีทำ
1. นำกระทะตั้งไฟใส่ซอสครีมต้มยำลงไป ต้มให้ร้อน
2. ใส่เส้นสปาเก็ตตี้ลงไป ผัดให้เข้ากัน
3. ใส่ อาหารทะเลลงไป ผัดให้สุก ปรุงรสด้วย น้ำปลา น้ำมะนาว ข่าสับละเอียด ใบมะกูดสับละเอียด ตะไคร้ซอย เพื่อเพิ่มกลิ่นของซอสต้มยำ ผัดให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ
4. ก่อนยกลง โรยหน้าด้วยพาเมซานซีส ทาบัสโก้ พริกขี้หนูซอย ผัดให้เข้ากัน ตักเสิร์ฟร้อนๆ

ที่มา:http://food-recipes.vzazaa.com

นส.บุษกร หลำเนียม ม.6/7 เลขที่ 30

สปาเก็ตตี้ Carbonara

มาตรฐาน

ส่วนผสม

ไข่แดง 4 ฟอง + ไข่ธรรมดา 1 ฟอง, ชีทผง 1/2 ถ้วย, เบคอน, เส้นสปาเก็ตตี้, น้ำมัน 2 ช้อนโต๊ะ, พริกไทยดำ

วิธีทำ

  1. น้ำเส้นสปาเก็ตตี้ ไปต้มในน้ำเดือด
  2. จากนั้น ทอดเบคอนให้สุก
  3. ตีไข่แดงให้เข้ากัน ผสมกับชีทผง + พริกไทยดำ ตีให้เข้ากัน
  4. ใส่เบคอนที่ทอดเสร็จเรียบร้อย ผสมกับส่วนผสม จากข้อ 3
  5. จากนั้นนำเส้นสปาเก็ตตี้ร้อนๆ มาคลุกให้เข้ากัน
  6. จัดใส่จานเสิร์ฟ

คลิปสอนทำอาหาร

ที่มา:http://sakid.com/2010/07/18/24462/

นส. บุษกร หลำเนียม เลขที่ 30 ม.6/7

 

พาสต้า Orecchiette con le cime di rapa

มาตรฐาน

สวัสดีพี่ๆ น้องๆ และท่านผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน
วันนี้ขอพามารู้จัก พาสต้าหน้าตาน่ารัก ชื่อ Orecchiette กันค่ะ

เมนูคือ Orecchiette con le cime di rapa
Orecchiette (ออ-เรค-คิ-เอต-เต) = พาสต้าที่มีลักษณะเหมือนหูเล็กๆ
Con (คอน) = กับ
Le Cime di rapa (เล ชิม-เม ดิ รา-ปา) = Broccoli rabe
หรือ ใบจากก้านบร็อคโคลี่

พาสต้าชนิดนี้มีต้นกำเนิดจากเมือง Puglia (พูญเลีย) อยู่ในภาคใต้ของอิตาลี
Puglia มีชื่อหนึ่งซึ่งเป็นภาษาท้องถิ่น คือ Apulia
นิยมนำมาปรุงกับ Broccoli Rabe หรือ ใบจากก้านบร็อคโคลี่
สำหรับคนอิตาเลี่ยนนั้น หากได้ยินชื่อเมนูนี้เมื่อไหร่
จะนึกถึงอาหารพื้นเมืองจากทางใต้ขึ้นมาทันที

มาดูสูตรกันค่ะ
สูตรสไตล์ diamondsky คือเอาสูตรต้นฉบับมา ไม่มีการดัดแปลงนะคะ
อยากให้เพื่อนๆ ได้เห็นส่วนประกอบที่คนอิตาเลี่ยนใช้กันจริงๆ

Orecchiette con le cime di rapa
(ออ-เรค-คิ-เอต-เต, คอน, เล ชิม-เม ดิ รา-ปา)
Pasta orecchiette 300 gr.
Broccoli Rabe (Le Cime di Rapa) 800 gr.
ปลาแอนโชวี่ในน้ำมัน (หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ) 4 ชิ้น
น้ำมันมะกอก 3 ช้อนโต๊ะ
กระเทียม (สับละเอียด) 2 กลีบ
เกลือ (ตามใจชอบ)
Optional: พริก peperoncino 1 ดอก
(สำหรับคนไม่ชอบทานเผ็ด ไม่ต้องใส่ก็ได้ค่ะ)

วิธีทำ
เตรียมส่วนผสม Broccoli Rabe ล้างให้สะอาด
ตัดก้านแข็งๆ ออกไป เหลือแต่ใบ
นำใบมาหั่นเป็นชิ้นขนาดพอคำ
นำไปต้มในน้ำเดือดประมาณ 5 นาที จากนั้นตั้งให้สะเด็ดน้ำ
(ขั้นตอนต้มในน้ำเดือดนั้น แล้วแต่ชอบ
บางคนไม่อยากให้ผักเละ ก็นำไปผัดในกระทะได้เลย)

ต้มพาสต้า Orechietta
รอประมาณ 8 นาที จนพาสต้าสุกดี

ขณะเดียวกันตั้งกระทะให้ร้อน
ใส่น้ำมันมะกอก ตามด้วยกระเทียม รอจนกระเทียมเริ่มเหลือง
ใส่ปลาแอนโชวี่ที่หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ลงในกระทะ
ทอดประมาณ 3-4 นาทีจนปลาเริ่มสุก ส่งกลิ่นหอม
ใส่ Broccoli Rabe (Le Cime di Rapa) ลงไป
ผัดให้เข้ากัน ใช้ไฟปานกลาง
หาต้องการความเค็มเพิ่มให้เติมเกลือได้ตามใจชอบ
(จริงๆ แล้วปลาแอนโชวี่ให้ความเค็มกับอาหารพอสมควรค่ะ)

เมื่อพาสต้า Orechiette สุก ให้เติมลงไปในกระทะ
คลุกเคล้าให้เข้ากัน ตักเสิร์ฟทานร้อนๆ ได้ทันที
(สามารถโรยชีสพาเมซานเพิ่มเติมตอนรับประทานได้)

มาดูภาพกันค่ะ
พาสต้า Orechiette มีลักษณะเหมือนหูเล็กๆ
(English = Little Ears)

Broccoli Rabe
ภาษาอิตาเลี่ยน คือ Le Cime di Rapa
คือ ใบจากก้านบร็อคโคลี่นั่นเอง

หั่นก้านแข็งๆ ออก เหลือแต่ใบ
จากนั้นหั่นใบเป็นชิ้นพอคำ

เตรียมพาสต้า Orecchiette ในหม้อต้ม

ปลาแอนโชวี่ 4 ชิ้น
(จากภาพยังไม่ได้หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ)

ตั้งกระทะให้ร้อน
ใส่กระเทียมลงไปทอด ตามด้วยปลาแอนโชวี่
จากนั้นก็นำ Broccoli Rabe ลงไปผัดให้เข้ากัน
(ใบจากก้านบล็อคโคลี่นั่น นำไปต้มก่อนได้
หากบางคนชอบทานผักนิ่มๆ ค่ะ)

เมื่อพาสต้า Orecchiette สุกแล้ว ให้นำไปรวมกับส่วนผสม
คลุกเคล้าให้เข้ากัน

Orecchiette con le cime di rapa พร้อมเสิร์ฟ
(สามารถโดยชีสพาเมซานเพิ่มเติ่มได้ตอนรับประทานค่ะ)

ทบทวนศัพท์วันนี้อีกครั้ง
Orecchio อ่านว่า ออ-เรค-คิ-โอ (Stress คำว่า “เรค”)
ภาษาไทยแปลว่า หู
ภาษาอังกฤษตรงกับคำว่า Ear
Orecchio ออ-เรค-คิ-โอ (Stress คำว่า “เรค”) คำเอกพจน์ หูหนึ่งข้าง
Orecchie ออ-เรค-คิ-เอ (Stress คำว่า “เรค”) คำพหูพจน์ หูหลายข้าง

เมนูนี้เป็น Primo หรือ อาหารคอร์สแรก
สูตรจากเมือง Puglia อยู่ทางใต้ของอิตาลี
เป็นจานที่ทำง่าย ไม่ยุ่งยาก และเป็นที่รู้จักกันดีในประเทศอิตาลี

ที่มา:http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=diamondsky&month=29-09-2011&group=8&gblog=17

นส.บุษกร หลำเนียม ม.6/7 เลขที่ 30

Pipe Rigate con Carciofi

มาตรฐาน

คราวนี้มาถึงสูตรอาหาร ที่อยากนำมาฝากกันค่ะ
เมนูคือ Pipe Rigate con Carciofi
อ่านว่า ปิ-เป, ริ-กา-เต, คอน, คาร์-ชอ-ฟิ
(Stress คำว่า “ปิ”, “กา”, “ชอ”)
ชื่อยาวหน่อยนะคะ
(หรือเรียกสั้นๆ ก็ได้ว่า Pipe con Carciofi)

ส่วนประกอบ (สำหรับ 4 ที่) คือ
พาสต้า ปิเป ริกาเต Pipe Rigate 350 กรัม
อาร์ติโชกในน้ำมันมะกอก 150 กรัม
ครีม 1 ถ้วยตวง
เกล็ดชีส Pecorino Romano 3 ช้อนโต๊ะ
(ถ้าไม่มี สามารถใช้เกล็ดชีสพาเมซานแทนได้)
น้ำมันมะกอก 2 ช้อนโต๊ะ
ใบมาร์จอแรม Marjoram 1 ช้อนโต๊ะ
เกลือและพริกไทย (แล้วแต่ชอบ)

ขั้นตอนและวิธีทำ
ต้มเส้นพาสต้า Pipe Rigate ให้สุก เอาน้ำออกแล้วตั้งทิ้งไว้
ใส่น้ำมันมะกอกนิดๆ เพื่อไม่ให้เส้นติดกัน
หั่นอาร์ติโชกในน้ำมันเป็นชิ้นพอคำ
ตั้งกระทะให้ร้อน ใส่น้ำมันมะกอก แล้วทอดอาร์ติโชกลงไป
เติมเกลือและพริกไทยตามใจชอบ
หลังจากนั้นให้เอาส่วนผสม Pasta Rigate ที่ต้มสุกแล้วผสมลงไป
ตั้งไฟอ่อน คนส่วนผสมให้เข้ากันเบาๆ อย่าให้เส้นพาสต้าเละ
ขณะเดียวกันก็ นำส่วนผสม คือครีมและเกล็ดชีส Pecorino Romano ผสมกัน
แล้วนำไปตั้งไฟอ่อนๆ ในหม้อเล็ก คอยกวนไว้เพื่อไม่ให้ครีมไหม้
เมื่อเริ่มเดือดให้ผสมใบมาร์จอแรม Marjoram ลงไป กวนให้เข้ากัน
แล้วนำไปราดบนพาสต้ากับอาร์ติโชกในกระทะ
คนให้ครีมเข้ากับส่วนผสมทุกอย่าง ดับไฟ แล้วตักใส่จาน
ตอนเสิร์ฟ สามารถโรยใบมาร์จอแรมบนพาสต้าเพิ่มเติมได้ค่ะ

มาดูภาพกันดีกว่า
Pipe Rigate พาสต้าหลอดสั้นๆ โค้งนิดๆ หน้าตาเป็นแบบนี้

เกล็ดชีส Pecorino Romano ได้มาจากนมแกะ
รสและกลิ่มจะเข้มข้นกว่าเกล็ดชีสพาเมซาน

อาร์ติโชก หรือ Carciofi (Artichokes) สดๆ หน้าตาเป็นแบบนี้ค่ะ

แต่สามารถใช้อาร์ติโชกในน้ำมันมะกอก (ประหยัดเวลาเตรียม และเก็บได้นานกว่า)
หน้าตาเป็นแบบนี้นะคะ

ใบมาจอร์แรม Majoram (ภาษาอิตาเลี่ยน Maggiorana)
เป็นเครื่องเทศตระกูลเดียวกับใบมินต์ และกลิ่นจะอ่อนกว่า ไม่ฉุนค่ะ

วิธีทำ ต้มเส้นพาสต้า Pipe Rigate ให้สุกก่อน
เมื่อสุกแล้ว สลัดน้ำออก แยกไว้พร้อมใส่น้ำมันมะกอกนิดๆ ไม่ให้เส้นติดกัน

ผัดอาร์ติโชกในกระทะ เติมเกลือและพริกไทยตามใจชอบ

นำเส้นพาสต้า Pipe Rigate ผสมลงไปกับอาร์ติโชก

นำครีมผสมกับเกล็ดชีส Pecorino Romano คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน

ตั้งไฟอ่อนๆ ครีมกับเกล็ดชีส Pecorino Romano แล้วใส่ใบ Marjoram ลงไป

คนให้ส่วนผสมเข้ากัน คือ ครีม เกล็ดชีส Pecorino Romano และใบ Marjoram

นำส่วนผสมครีม ไปราดบนเส้นพาสต้าและอาร์ติโชกในกระทะ

คนให้ส่วนผสมทุกอย่างเข้ากัน คือ พาสต้า อาร์ติโชก และครีม

ตักใส่จาน โรยใบ Marjoram เพิ่มเติมบนพาสต้า พร้อมเสิร์ฟรับประทาน

หน้าตาของเมนูวันนี้ Pipe Rigate con Carciofi

ไม่ยากเลยใช่มั้ยคะ
ส่วนผสมหลายอย่างหาได้ง่ายในหลายประเทศ
ทั้งเมืองนอก เมืองไทย ใครจะดัดแปลงอย่างไรก็ไม่ว่ากันค่ะ
สูตรนี้ทำง่าย ทานอร่อย เหมาะสำหรับครอบครัว
Pipe Rigate con Carciofi
อ่านว่า ปิ-เป, ริ-กา-เต, คอน, คาร์-ชอ-ฟิ
(Stress คำว่า “ปิ”, “กา”, “ชอ”)
อาหารอิตาเลี่ยนจานเด็ด ท่านสามารถทำเองได้ที่บ้านนะคะ

ที่มา:bloggang.com/mainblog.php?id=diamondsky&month=05-01-2011&group=8&gblog=13

นส.บุษกร หลำเนียม เลขที่ 30 ม.6/7