บทสนทนาเบื้องต้น

มาตรฐาน

พยัญชนะ และการออกเสียง

พยัญชนะในภาษาอิตาเลี่ยนมีทั้งหมด 22 คือ 

a (อา) b(บี) c(ชี) d (ดี) e (เอ) f (เอฟเฟ่) g (จี) h (อักคะ) I (อี) k (คัปป้า) l (อลเล่) m (เอมเม่) n (เอนเน่) o(โอ) p (พี) q(คู) r (เอเร่) s (เอสเซ่) t (ที) u (อู) v (วู) 
z (เซต้า)

สระทั้งหมด 5 ตัวคือ 
a (อา) e (เอ) I (อี) o(โอ) u (อู) 

วิธีการอ่านภาษาอิตาเลี่ยนคืออ่านออกเสียงตามตัวพยัญชนะและสระที่ปรากฏ

ตัวอย่างเช่น 
1. il mio bambino. อ่านออกเสียงว่า อิล มิโอ บามบีโน่ = ลูกชายของฉัน 
2. La sua casa. อ่านออกเสียงว่า ลา ซัว (ซูอา) คาซ่า = บ้านของเธอ (ในภาษาอิตาเลี่ยนถ้าสระสองตัวมาชิดกันต้องออกเสียงทั้งสองตัวแบบรัวเร็วเพื่อให้เป็นเสียงเดียวฉะนั้นคำว่า sua จึงออกเสียงว่า ซัว ซึ่งมาจาก ซูอา นั่นเอง) 

e และ e’

e อ่านออกเสียงว่า เอะ – เมื่อใช้เป็นสระเทียบได้กับสระ เอะ และ เอ ในภาษาไทย เช่น
benessere อ่านว่า เบเนซเซเร แปลว่า สุขภาพดี 
เมื่ออยู่เดี่ยวๆถือเป็นคำๆหนึ่งแปลว่า และ, กับ เช่น
libro e penna อ่านว่า ลิโบร เอะ เป็นนา แปลว่า หนังสือกับปากกา
tavolo e sedia อ่านว่า ทาโวโล่ะ เอะ เสเดีย แปลว่า โต๊ะและเก้าอี้

è อ่านออกเสียงว่า แอะ – ตัวนี้ไม่ได้เป็นทั้งสระและพยัญชนะจะอยู่โดดๆถือเป็นคำหนึ่งคำและว่า เป็น , อยู่ , คือ หรือเที่ยบได้กับคำว่า is ในภาษาอังกฤษ ตัวอย่าง เช่น
Maria è il mio nome อ่านว่า มาเรีย แอะ อิล มิโอ โนเมะ แปลว่า มาเรีย คือ ชื่อของฉัน
io e’ mia marito อ่านว่า อิโย แอะ เมีย(มิอา) มาริโตะ แปลว่า ฉันและสามี

พยัญชนะควบ

อักษร c 
c เมื่อตามด้วย a ออกเสียงเป็น ค เช่น camera อ่านว่า คาเมร่า แปล
ว่าห้อง

c เมื่อตามด้วย e ออกเสียงเป็น ช เช่น cento อ่านว่า เชนโต้ แปล
ว่า หนึ่งร้อย

ch เป็นพยัญชนะควบ ออกเสียงเป็น ค ผันตามสระที่ตามมาข้างหลังเช่น chilo อ่านว่า คีโล แปลว่า กิโลกรัม 
chiesto อ่านว่า เคสโต้ (คีเอสโต้)

c เมื่อตามด้วย i ออกเสียงเป็น ช เช่น cintura อ่านว่า ชินตูร่า 
แปลว่า เข็มขัด

ci เป็นพยัญชนะควบ ออกเสียงเป็น ช ผันตามสระที่ตามมาข้างหลัง เช่น ciocolato อ่านว่า ช็อกโกลาโต้ แปลว่า ช็อกโกแลต 
ciotolo อ่านว่า ช็อตโตโล แปลว่าถ้วย(ใบใหญ่)

c เมื่อตามด้วย o ออกเสียงเป็น ค เช่น comodo อ่านว่า คอมโมโด แปลว่า สะดวก สบาย

c เมื่อตามด้วย u ออกเสียงเป็น ค เช่น cura อ่านว่า คูร่า แปลว่า ดูแล

อักษร h พยัญชนะตัวนี้ภาษาอิตาเลี่ยนอ่านว่า อักคะ ฉะนั้น
ตัวนี้จึงออกเสียง เออะ ไม่ใช่ เฮอะ เหมือนในภาษาอังกฤษหรือภาษาอื่นๆ 

อักษร g

g เมื่อตามด้วย a ออกเสียงเป็น ก เช่น garage อ่านว่า การาเจะ แปลว่า โรงรถ

g เมื่อตามด้วย e ออกเสียงเป็น จ เช่น gente อ่านว่า เจนเต้ แปลว่า ผู้คน

gh เป็นพยัญชนะควบ ออกเสียงเป็น ก ผันตามสระที่ตามมาข้างหลัง เช่น 
ghiaccio อ่านว่า กีอาชโช่ แปลว่า น้ำแข็ง
funghi อ่านว่า ฟุงกี้ แปลว่า เห็ด

g เมื่อตามด้วย i ออกเสียงเป็น จ เช่น giro อ่านว่า จีโร่ แปลว่า หมุน,กลม(กริยา)

gi เป็นพยัญชนะควบ ออกเสียงเป็น จ ผันตามสระที่ตามมาข้างหลัง เช่น 
giusto อ่านว่า จุ้สโต้ แปลว่าถูกต้อง 
giallo อ่านว่า จาลโล่ แปลว่า สีเหลือง

gli เมื่อใช้เป็นตัวสะกดจะอ่านเป็น ลย ผันตามสระที่ตามมาข้างหลัง เช่น
figlia อ่านว่า ฟีลย่า แปลว่า ลูกสาว
figlio อ่านว่า ฟีลโย่ แปลว่า ลูกชาย
หากเมื่อเป็นคำเดี่ยว gli อ่านว่า หญี่ เมื่อไหร่ก็ตามที่เห็น ตัว gli นี้ไม่ว่าจะเป็น ตัวสะกด หรือ คำ จะมีสระตามหลังหรือไม่ก็ให้ออกเสียงเป็น ญ (ใกล้เคียงที่สุด)ห้ามออกเสียงเป็น ก เด็ดขาด 

gn เป็นพยัญชนะควบ เมื่อเป็นอักษรนำ ออกเสียงเป็น ญ(ไม่ตรงเท่าไรนักเพราะเสียงของอักษรตัวนี้ไม่มีในภาษาไทย ผันตามสระที่ตามมาข้างหลัง เช่น 
gnocchi อ่านว่า ญอกกี้ เป็นพาสต้าชนิดหนึ่งทำมาจากมันฝรั่งปั้นเป็นก้อนเล็กๆ

เมื่อใช้เป็นตัวสะกด ออกเสียงเป็น ลญ เช่น 
bagno อ่านว่า บาลโญะ แปลว่า ห้องน้ำ
bologna อ่านว่า โบโลลญ่า ชื่อ เมืองโบโลนญ่า

g เมื่อตามด้วย o ออกเสียงเป็น ก เช่น 
gomma อ่านว่า โกมม่า แปลว่า ยาง
gonna อ่านว่า กอนนา แปลว่า กระโปรง
gu เป็นพยัญชนะควบ ออกเสียงเป็น กว ผันตามสระที่ตามมาข้างหลัง เช่น 
guanto อ่านว่า กวานโต้ แปลว่า ถุงมือ(ข้างเดียว)
guidare อ่านว่า กวีดาเร่ แปลว่า ขับรถ

อักษร io คำนี้อ่านออกเสียงว่า อิโย แปลว่า ฉัน

อักษร q
qu เมื่อตามด้วย a ออกเสียงเป็น กว , คว เช่น
quanto อ่านว่า กวานโต้ แปลว่า เท่าไหร
quale อ่านว่า คว้าเละ แปลว่า อันไหน

qu เมื่อตามด้วย e ออกเสียงเป็น คว เช่น questo อ่านว่า เควสโต้ แปลว่า อันนี้

qu เมื่อตามด้วย i หรือ o ออกเสียงเป็น คว เช่น qui อ่านว่า ควี่ แปลว่า ที่นี่

ทักทาย

ประโยคที่ใช้ในการทักทาย

Ciao! (เช้า) = สวัสดี (ใช้ทั่วไปแบบไม่เป็นทางการหรือกับ 
เฉพาะคนที่อายุเท่ากันหรือน้อยกว่า)

Buongiorno!(บวนโจร์โน่) = สวัสดีตอนเช้า (ใช้สำหรับทักทายแบบเป็นทางการหรือกับผู้ที่อาวุโสกว่า)

Buonasera! (บวนนาเซร่า) = สวัสดีตอนเย็น (ใช้สำหรับทักทายแบบเป็นทางการหรือกับผู้ที่อาวุโสกว่า , ปรกติจะใช้หลังห้าโมงเย็น)

ประโยคที่ใช้ในการลา

Ciao! = สวัสดี (ใช้ทั่วไปแบบไม่เป็นทางการหรือกับ 
เฉพาะคนที่อายุเท่ากันหรือน้อยกว่า)

Ciao, ci vediamo = สวัสดี , เดี๋ยวเจอกันใหม่ (ใช้ทั่วไปแบบไม่
(เช้า, ชิเวดิอาโม) เป็นทางการหรือกับเฉพาะคนที่อายุเท่ากันหรือน้อยกว่า)

a dopo(อะ ดอโป) = สวัสดี , เดี๋ยวเจอกันใหม่ (ใช้ทั่วไปแบบไม่เป็นทางการหรือกับเฉพาะคนที่อายุเท่ากันหรือน้อยกว่า)

a presto (อะ เพรสโต้) = สวัสดี , เดี๋ยวเจอกันใหม่ (ใช้ทั่วไปแบบไม่เป็นทางการหรือกับเฉพาะคนที่อายุเท่ากันหรือน้อยกว่า)

Arrivederci!(อาร์ริเวเดชิ) = สวัสดี (ใช้สำหรับการบอกลาแบบเป็นทางการหรือกับผู้ที่อาวุโสกว่า)

Buona giornata!(บวนนาโจร์นาตะ) = Hace a nice day! (ใช้ได้ทั่วไปกับทุกคน)

Buonaserata! (บวนนาเซราต้า) = Have a nice evening! ( ใช้ได้ทั่วไปกับทุกคน)

Buonanotte!)(บวนนาน้อตเตะ = ราตรีสวัสดิ์ (ใช้ได้ทั่วไปกับทุกคน)

รูปแบบของการทักทายในภาษาอิตาเลี่ยนแบ่งออกเป็นสองรูปแบบคือแบบที่ไม่เป็นทางการแบบเป็นทางการหรือที่เรียกว่ารูปแบบสุภาพ 

ตัวบทสนทนาในรูปแบบไม่เป็นทางการระหว่างมะลิ กับ นิดา

มะลิ >>>>> Ciao, Nida! Come stai? 
(สวัสดี นิดา สบายดีมั้ย)
นิดา >>>>> Bene, grazie, e tu?
(สบายดี ขอบคุณ แล้วคุณล่ะ)
มะลิ>>>>> Bene, grazie. Ci vediamo, ciao.
(สบายดี ขอบคุณ ไว้เจอกันใหม่นะ บาย)
นิดา>>>>> Ciao.
(บาย)

ตัวอย่างบทสนทนาแบบเป็นทางการระหว่างมะลิกับคุณสมพงษ์

มะลิ >>>>> Buongiorno, Signor Sompong! Come sta?
(สวัสดีค่ะ คุณสมพงษ์ สบายดีมั้ยค่ะ)
คุณสมพงษ์>> Bene, grazie, e Lei?
(สบายดีครับแล้วคุณล่ะ)
มะลิ>>>>> Bene, grazie, Arrivederci!
(สบายดีค่ะ ขอบคุณ สวัสดีค่ะ)
คุณสมพงษ์>> Arrivederci!
(สวัสดีครับ)

บุรุษสรรพนาม หรือ pronomi personali เป็นสรรพนามที่ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค ได้แก่

io (อิโย : ผม /ฉัน : เอกพจน์ บุรุษที่ 1 ) 
tu (ตู : คุณ : เอกพจน์ บุรุษที่ 2 )
lui (ลุย : เขา : เอกพจน์ บุรุษที่ 3)
lei (เล๋ : เธอ : เอกพจน์ บุรุษที่ 3 )
noi (นอย : พวกเรา : พหูพจน์ บุรุษที่ 1 )
voi (วอย : พวกคุณ : พหูพจน์ บุรุษที่ 2 )
loro (โล๋โร : พวกเขา : พหูพจน์ บุรุษที่ 3 )

บุรุษสรรพนามและกริยาที่ใช้ในบทสนทนาจะใช้สรรพนามและกริยาในส่วนที่เป็น lei ที่แปลว่า เธอ ซึ่งเป็นสรรพนามเอกพจน์บุรุษที่3 แต่ในการใช้ในรุปแบบที่เป็นทางการจะนำ สรรพนามและกริยาในส่วนของ lei มาใช้เป็น สรรพนาม เอกพจน์บุรุษที่ 2 แทน tu

จะเห็นว่ารูปของกริยาเปลี่ยนไปตามสถานะของบุรุษสรรพนามจาก

Come stai?
เป็น
Come sta?

กริยาตัวนี้ infinito (กริยาที่ยังไม่ได้ผัน) คือ stare ซึ่งเวลาผันตามบุรุษสรรพนามก็จะได้ดังนี้
io sto
tu stai
lui/lei sta
noi stiamo
voi state
loro stanno

การนำเอาบุรุษสรรพนามและกริยาในส่วนของเอกพจน์บุรุษที่สามมาใช้แทนเอกพจน์บุรุษที่สองนั้นถือว่าเป็นการใช้ในรูปแบบสุภาพ (la forma di cortesia)ใช้กับทั้งผู้หญิงและผู้ชาย

ตัวอย่าง เช่น 
Lei conosce Nida? 
คณรู้จักนิดามั้ย?

Lei piace la pasta?
คุณชอบพาสต้ามั้ย?

คุยท้ายบท

1. บทหน้าจะเป็นเรื่องการแนะนำตัวเองพร้อมทั้งจะมีเรื่องการใช้กริยาช่วย(เหลือ)( ausiliari) ซึ่งมีอยู่ทั้งหมดสองตัวคือ essere กับ avere , รูปแบบของประโยคคำถาม(forme interrogative) รวมทั้งกริยาในส่วนที่เป็น riflessiva (ผู้กระทำและกรรมเป็นคนเดียวกัน)

2.แม่หนูลี่ไม่ทำพจนานุกรมให้นะคะ

3.ในภาษาอิตาเลี่ยนการออกเสียง r (กระดกลิ้นเหมือน ร )นั้นสำคัญมากจึงจำเป็นที่จะต้องออกเสียงไม่ว่าตัว r จะอยู่ที่ตำแหน่งใดในบางครั้งจะเห็นว่าเมื่อเขียนคำอ่านภาษาไทยใส่ตัวการันณ์เอาไว้เพื่อไม่ให้ยากต่อการอ่านหากแต่เวลาอ่านยังต้องออกเสียงตัว r ด้วย

เช่น buongiorno อ่านเป็น บวน โจ ร(เรอะ) โน่ ไม่ใช่ บวนโจโน่
หรือ Marco อ่านเป็น มา ร(เรอะ) โค่ ไม่ใช่ มาโค่

น.ส.เทวีรัตน์  สาริกา เลขที่๕ ม.๖/๗

About these ads

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s